วันพุธที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เรื่องที่3 การแก้ปัญหาความขัดแย้ง

เชื่อหรือไม่ว่า ทุกๆนาที มีความขัดแย้งเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ในคนทุกเพศทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ทุกวัฒนธรรมความเชื่อ อาจเป็นความขัดแย้งเล็กๆน้อยในครอบครัว ที่ทำงาน เพื่อนฝูง เพื่อนบ้าน ไปจนถึงความขัดแย้งใหญ่ๆระดับประเทศ
      
       อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ที่มีความคิดเห็นต่างกัน
      
       แต่ไม่ว่าความขัดแย้งนั้น เกิดขึ้นระหว่างคุณกับบุคคลอื่น หรือคุณรับทำหน้าที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในหมู่เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า ญาติพี่น้อง ฯลฯ ลองเลือกนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ บางทีอาจช่วยคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งลงได้บ้าง
      
       1. คุยกันต่อหน้า
      
       เมื่อคุณมีปัญหาขัดแย้งกับผู้อื่น ควรพูดคุยกันต่อหน้า ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดกันได้เป็นอย่างดี ไม่ควรใช้วิธีส่งข้อความผ่านทางอีเมล จดหมาย โทรศัพท์ หรือพูดผ่านบุคคลที่สาม ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันมากยิ่งขึ้น
      
       เนื่องจากการส่งข้อความหรือพูดคุยกัน โดยอีกฝ่ายไม่เห็นสีหน้าท่าทางของคุณ ที่บ่งบอกถึงความเห็นอกเห็นใจหรือความเข้าใจนั้น อาจยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม
      
       2. เจรจาในที่ส่วนตัว
      
       การเจรจาข้อพิพาทในสถานที่เปิด อาจมีตัวแปรอื่นๆยั่วยุให้เกิดข้อขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ทางที่ดีควรหาสถานที่ที่เป็นส่วนตัว ที่คู่กรณีสามารถพูดคุยกันได้อย่างเต็มที่
      
       เพราะบ่อยครั้งที่ความคิดเห็นจากบรรดาเพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง หรือคนรอบข้าง ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับความขัดแย้ง อาจทำให้บรรยากาศในการแก้ไขปัญหา แย่ลงกว่าเดิม
      
       3. ปลดปล่อยอารมณ์
      
       เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกในเรื่องที่ขัดแย้งอย่างเต็มที่ แต่ต้องเป็นไปด้วยความสงบ และหากฝ่ายหนึ่งไม่อยากพูด ขอให้เขียนจุดสำคัญๆ 2-3 เรื่อง เพื่อให้อีกฝ่ายได้อ่านและเข้าใจความรู้สึกนั้น
      
       เนื่องจากการปลดปล่อยอารมณ์ที่แท้จริงออกมา จะช่วยบรรเทาความคับข้องใจของตัวเอง อีกทั้งทำให้เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ง่ายขึ้น
      
       4. รู้จักประนีประนอม
      
       จำไว้ว่า หากคุณต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งใดๆก็ตาม อย่ายึดติดกับความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ ควรมีความยืดหยุ่น รับฟังความคิดของผู้อื่น และยอมรับว่า บางครั้งคุณอาจต้องล้มเลิกแผนการหรือความต้องการเดิมที่วางไว้ เพื่อให้ได้ข้อยุติในการขจัดความขัดแย้งโดยสันติ
      
       5. มีเป้าหมายร่วมกัน
      
       การให้คู่พิพาทร่วมกันทำงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างได้ผล โดยเฉพาะในที่ทำงาน ซึ่งเมื่อต่างคนต่างทำตามวิธีของตัวเอง อาจเกิดข้อขัดแย้งและในที่สุดก็ไปไม่ถึงจุดหมาย
      
       เพราะฉะนั้น วิธีจัดการกับเรื่องนี้คือ ระดมความคิดทั้งสองฝ่าย และเลือกวิธีที่ดีที่สุดที่เห็นตรงกัน เพื่อนำไปปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานได้
      
       6. เขาคิดถูก ก็ต้องยอมรับ
      
       ระหว่างการเจรจา หากคุณเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งบางเรื่องของคู่กรณีที่มีเหตุผลดี คุณต้องรู้จักยอมรับ ไม่ต้องอายหรือกลัวเสียหน้าเสียศักดิ์ศรีแต่ประการใด
      
       เพราะการยอมรับความคิดเห็นของอีกฝ่ายโดยปราศจากอคติ จะช่วยให้การสนทนามีทางออก และลดทอนความรู้สึกไม่เป็นมิตรลงได้
      
       7. เครียดนัก ก็พักก่อน
      
       หากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มีมากเกินกว่าจะคุยกันด้วยเหตุด้วยผลละก็ ขอให้หาเวลานอก แล้วออกจากสถานการณ์ที่ตึงเครียด และเมื่อจิตใจสงบลง ค่อยกลับมาเจรจากันใหม่ในภายหลัง
      
       เพราะการแตะเบรก จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาทบทวนในเรื่องที่โต้เถียงกันได้อย่างกระจ่างและมีเหตุผลยิ่งขึ้น
      
       8. สอดแทรกอารมณ์ขัน
      
       การคลี่คลายสถานการณ์ขัดแย้งที่ดูตึงเครียด ด้วยเรื่องตลกหรือขำขัน อาจเป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจถึงสาเหตุที่คุณไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขา อีกทั้งยังช่วยให้บรรยากาศที่มึนตึง ดูผ่อนคลายลง
      
       แต่ควรหลีกเลี่ยงเรื่องตลกที่อาจทำให้คู่กรณีไม่พอใจหรือเป็นการดูถูก ที่สำคัญ ต้องพยายามมิให้เรื่องขำขันของคุณกลายเป็นตลกฝืด ที่ดูยังไงก็ไม่สนุกไปด้วย
      
       9. ขอความช่วยเหลือ
      
       เมื่อการพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเกิดบานปลาย มีความรุนแรง ข่มขู่ ด่าทอ หรือใช้กำลังเข้าร่วม โปรดอย่ารีรอที่จะขอความช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก เช่น หัวหน้างาน หรือตำรวจ เมื่อคุณคิดว่า ตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย
      
       10. ให้เวลาเยียวยา
      
       หากไม่มีฝ่ายใดยอมลดราวาศอกให้กัน ควรเจรจาเพื่อหาข้อยุติที่เป็นกลาง ไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ และหยุดปัญหาพิพาทไว้ชั่วคราว เพราะบ่อยครั้งที่กาลเวลาสามารถเยียวยาความขัดแย้งได้อย่างเห็นผล
      
       แต่หากเรื่องขัดแย้งดังกล่าวยังคงค้างคาใจ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด คุณคงต้องหวนกลับไปพูดคุยกับคู่กรณีใหม่ เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์แย่ลงไปกว่าเดิม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น